skip to Main Content

หมวกใบเล็กของเจ้าปลายักษ์

หมวกใบเล็กของเจ้าปลายักษ์
ข้าวตู แปล
จอน คลาสเซนเข็นเล่มสองในชุดหมวกออกตามหลังเล่มแรก “เห็นหมวกของฉันไหม” ในเวลาไม่นาน
หากเล่มแรก I Want My Hat Back ปี 2011 เล่าเรื่องขโมย โกหก และการฆ่า
เล่มสองนี้ This is Not My Hat ปี 2012 ยังคงเล่าเรื่องขโมย ในบริบทที่ชัดแจ้งและเจตนามากกว่าเดิม ตามด้วยการหักหลัง และการฆ่าอีกเช่นกัน
ในขณะที่เล่มแรกใช้สีในการดำเนินเรื่อง เล่มสองนี้ใช้ “ลูกตา” เป็นตัวเล่าเรื่อง
เริ่มตั้งแต่หน้าแรกก็ปรากฏคำว่า “ขโมย” ขึ้นมาชัดๆ ปลาเล็กขโมยหมวกใบเล็กๆของปลายักษ์ที่กำลังนอนหลับอยู่แล้วรีบหนีไป
มันให้เหตุผลด้วยว่าหมวกใบเล็กเกินไป ไม่เหมาะกับปลายักษ์หรอก ช่างเป็นเหตุผลที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ แบบนี้เขาเรียกว่า “ข้ออ้าง”
ข้ออ้างเป็นอะไรที่เป็นปัญหาของคนเราเสมอ อ้างนั่นอ้างนี่เมื่ออยากได้อะไรสักอย่าง เป็นกลไกทางจิตที่เรียกว่า rationalization อ้างแล้วตนเองสบายใจ
อยากได้รถยนตร์คันใหม่ แม้ว่าจะไม่จำเป็นแต่ก็จะหาข้ออ้างแก่ตนเองจนตนเองเชื่อว่ามันจำเป็น จึงจะจ่ายเงินด้วยความสบายใจ
หมวกใบเล็กเกินไปไม่เหมาะกับปลาใหญ่หรอก มันไม่สวย อยู่กับฉันสวยกว่า อ้างไปแล้วก็ยังความสบายใจ และให้ความชอบธรรมกับการ “ขโมย” ของตัวเอง
“ขโมย” เวลาเล่นของเด็กๆไปไม่ผิดหรอก เด็กๆจะได้ตั้งใจเรียนหนังสือเพื่อความเจริญก้าวหน้า
“ขโมย” ที่ทำกินของเขาไปไม่ผิดหรอก เพื่อการพัฒนา
“ขโมย” เสรีภาพของเขาไปไม่ผิดหรอก เพื่อสังคมจะได้มีระเบียบ
แต่บางครั้งข้ออ้างก็เกิดขึ้นโดยเจตนา มิได้อยู่ในจิตใต้สำนึกแต่อย่างใด ลองยกตัวอย่างกันเองครับ
ปลาเล็กขโมยหมวกของปลายักษ์ไปตอนที่ปลายักษ์หลับ ลองอ่าน 3 หน้าถัดมา
“ไม่ตื่นขึ้นมาง่ายๆแน่” ดูที่ลูกตาของปลาใหญ่
“ก็คงไม่รู้ตัวหรอกว่า หมวกของเขาได้หายไปแล้ว” ดูที่ลูกตาของปลาใหญ่อีกที
“เขาก็ไม่มีวันรู้หรอกว่าฉันขโมยมา” ดูที่ลูกตาของปลาใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
รูปภาพและตัวอักษรในนิทานประกอบภาพสัมพันธ์กันได้ 3 แบบ
แบบที่ 1 ตัวอักษรส่งเสริมรูปภาพไปในทางเดียวกัน
แบบที่ 2 ตัวอักษรและรูปภาพมีช่องว่าง (gap) เหลือไว้ให้เติม หรือตีความ
แบบที่ 3 ตัวอักษรและรูปภาพไปคนละทิศทาง
สามหน้าที่ปลายักษ์ตื่นเป็นการใช้วิธีเล่าเรื่องในแบบที่ 3
ปลาเล็กหนีไปซ่อนในดงไม้น้ำ ปูสีแดงเห็นและให้สัญญาว่าจะไม่บอกใคร
“ฉันจึงไม่ต้องห่วงเลยสักนิด” ปลาเล็กตายใจ แต่พอปลายักษ์ผ่านมา ปูสีแดงก็ตระบัดสัตย์ในทันใด จอนใช้การเล่าเรื่องแบบที่ 3 อีก
“ไม่มีใครหาฉันเจออย่างแน่นอน” ปลาเล็กมั่นใจมาก ประกอบภาพปลาใหญ่ที่กำลังเข้าไปในดงไม้น้ำ จอนใช้แบบที่ 3 ในการเล่าเรื่องอีกแล้ว
รูปถัดไปเป็นรูปดงไม้น้ำ
ถัดไปอีกหน้า ปลายักษ์ว่ายกลับออกมาพร้อมหมวกใบเล็ก ไม่มีปลาเล็กว่ายตามออกมาด้วย
เราเป็นผู้ใหญ่พอนึกภาพออกว่าน่าจะเกิดอะไรหลังดงไม้นั้น คิดว่าเด็กๆอ่านมาถึงหน้านี้จะคิดอะไรอยู่ อะไรกำลังเกิดขึ้นหลังดงไม้
ทำไมเรารู้?
และทำไมเด็กอาจจะไม่รู้?
เมื่อไร ที่อายุเท่าไร ที่เด็กๆน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรหลังดงไม้?
เพราะอะไรเขาจึงจะรู้?
ส่วนที่หายไปในดงไม้คือช่องว่าง (gap) จอนทิ้งไว้ด้วยกลไกการเล่าเรื่องแบบที่ 2
ปล่อยเด็กๆเติมเอาเองครับ อย่าไปบอก
#childrenpicturebooks
แล้วคุณหมอรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดอะไรหลังดงไม้? ที่รู้อาจจะผิดก็ได้นะ!

Back To Top